นายกรัฐมนตรี ยืนกรานกับการถ่ายรูปเซลฟี่รณรงค์การคาดเข็มขัดนิรภัย

ขณะทางนายกรัฐมนตรี จันทร์โอชา ได้มีการเอ่ยถึงนายกรัฐมนตรีภาพถ่ายเซลฟี่ ภายในขณะนั่งเบาะหลังของรถ พร้อมกับมีการคาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อที่จะรณรงค์ให้ประชาชน หันมาคาดเข็มขัดนิรภัย สำหรับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ภายในช่วงเทศาลสงกรานต์  โดยทางนายก ได้มีการยืนยันว่า เป็นภาพที่ถ่ายด้วยตนเอง  โดยมีการเห็นว่าหลังจากคำสั่งตามมาตรา 44 เรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพภายในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ก็คงไม่อาจจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้แล้ว   เพราะอยากให้ทุกคนได้ใช้จิตสำนึก พร้อมทั้งความรับผิดชอบในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งชีวิตเป็นของมีค่า ซึ่งทางรัฐบาลไม่ได้มีการมุ่งหวังการบังคับใช้กฎหมายอะไรมากมายกันเลย แต่ก็มีความจำเป็นต้องบังคับใช้ เพราะมีเสียงส่วนใหญ่ร้องเรียงจากหลากหลายภาคส่วนด้วยกัน ซึ่งทางกฎหมายจะใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ขึ้นอยู่กับผู้บังคับทางด้านกฎหมาย พร้อมกับผู้ที่ถูกบังคับกฎหมายด้วยเหมือนกัน โดยทางผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวจะมีการบังคับใช้กับยานพาหนะทุกประเภทหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของรถสองแถว ทางพลเอกประยุทธ์ ได้กล่าวว่า ใครจะบ้าให้รัดเข็มขัดในรถสองแถวด้วย ซึ่งข่าวนี้กลับเป็นข่าวโด่งดังกันเลย  เป็นเหตุให้ใครก็ตาม ต่างก็ไม่พลาดกับการติดตามข่าวนี้กันเลยก็ว่าได้   เพราะฉะนั้น นายกรัฐมนตรี ที่ได้ออกมาพูดถึงกฎหมายการรัดเข็มขัดนั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจพร้อมทั้งน่าติดตามกับข่าวนี้กันมากเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ขับขี่บนท้องถนน หรือใช้รถกันเป็นประจำ จะต้องมีการติดตามข่าวสารเหล่านี้กันอีกด้วย  พร้อมทั้งนี่ก็ถือได้ว่าไม่ควรพลาดกับข่าวต่าง ๆ กันเลย

นายกรัฐมนตรี บอกกับการแก้ไขปัญหาวัดธรรมกาย ดำเนินตามข้อบัญญัติไม่มีการละเว้น

นายกรัฐมนตรี จันทร์โอชา คือหัวหน้า คสช. ยืนยันถึงการดำเนินการกับพระธัมมชโย พร้อมกับวัดพระธรรมกาย ทั้งมีมาตรการทางการปกครองด้วยการบังคับใช้กฎหมายพร้อมกับมาตรการทางสงฆ์ด้วยการบังคับใช้ พ.ร.บ.สงฆ์ โดยมีการขอให้พระธัมมชโยออกมาต่อสู้และมีการยอมรับในกระบวนการยุติธรรม หากมีความเชื่อว่าตัวเองบริสุทธิ์  เพราะไม่สามารถละเว้นได้ เพราะต้องมีการเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ภายในส่วนวิธีการหลังถอดสมณศักดิ์นั้น เป็นหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ   ซึ่งนายกรัฐมนตรี ที่ได้มีการให้มีการส่งตัว เพื่อมาสู่คดีดังกล่าว พร้อมกับมีการชี้แจงว่า ถึงกรณียังไม่สามารถเข้าไปตรวจค้นภายในวัดได้ เพราะยังคงมีการต่อต้าน จึงไม่สามารถทำตามกระแสสังคมที่มีความต้องการ ได้ หากเกิดความรุนแรง ก็จะต้องมีผู้รับผิดชอบ ดังนั้นขออย่าเอาแต่ใจตนเอง ทางนากยกนายกรัฐมนตรี ได้มีการย้ำว่า จะไม่ใช้มาตรา 44 ในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  เพราะว่ายังมีกฎหมายพิเศษ ทั้งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่จะสามารถบังคับในการใช้อยู่ และมีความเข้มข้นของการบังคับกฎหมายมากว่า มาตรา 44 จึงขอให้เข้าใจเหตุผลถึงการังคับในการใช้กฎหมายแต่ละฉบับรวมถึงมาตรา 44อีกด้วย ส่วนในเรื่องกรณีชาวพุทธ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีการร้องเรียนความเท่าเทียบเข้ากับศาสนาอิสลามนั้น ๆ   เพราะฉะนั้น นายกรัฐมนตรี ยังมีการกล่าวว่าจะเรียกเก็บภาษีเงินได้จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากการขายหุ้นชินคอร์ปให้กับเทมมาเส็ก ในปี 2349 ที่อยู่มูลค่า […]

นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจเข้ากับผู้รับเคราะห์อาวุธสงคราม

เมื่อทางผู้รายงานข่าวได้มีการรายงานว่า พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด ผู้เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการเปิดเผยภายในกรณีคนร้ายใช้อาวุธทำสงครามในการลอบโจมตีรถเด็กนักเรียนในพื้นที่ อำเภอ รือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ภายในช่วงเช้าวันนี้ ว่าทางพลเอก ประยุกธ์ จันโอชา ที่เป็น นายกรัฐมนตรี ได้มีการฝากแสดงความเศร้าใจไปกับครอบครัว และครูอาจารย์ของนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต  ภายในระหว่างการเดินทางไปโรงเรียน โดยได้มีการสั่งการให้ฝ่ายความมั่นคง ได้มีการเร่งติดตามตัวผู้ร้าย มาดำเนินคดีกันโดยด่วน   เนื่องจากเป็นการกระทำที่มีความร้ายแรง พร้อมกับไม่สมควรเกิดขึ้นกับเด็กๆ และเยาวชน ซึ่งเป็นผู้ที่บริสุทธิ์ ซึ่งท่าน นายกรัฐมนตรี ยังได้มีการกำชับให้จังหวัดพร้อมทั้งทางหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง ให้มีการช่วยเหลือ ครอบครัวของนักเรียนแต่ละรายกันอย่างเต็มที่ และมีการย้ำว่า ทางรัฐบาลเป็นห่วงสวัสดิภาพ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้มีการขอให้ ทางเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ให้ความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง และมีการต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจในการดำเนินชีวิตให้กับประชาชนทุกคนกันเลย ทั้งนี้ ทางด้านสถานการณ์ความไม่สงบสุข ในพื้นที่ ที่มีการพัฒนาการดีขึ้น โดยมีสถิติในการเกิดเหตุความรุนแรงน้อยลงอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ในครั้งนี้จึงไม่เกิดผลดีกับใคร ๆ ยิ่งในพื้นที่เอง และก็ยังทำใหห้ประชาชนนอกพื้นที่เกิดความไม่เชื่อมั่นที่จะมีการเดินทางไปท่องเที่ยวหรือมีการติดต่อทางด้านธุรกิจ นายกรัฐมนตรี จึงได้มีการขอให้พี่น้องประชาชนได้มีการร่วมกันประณามและมีการกดดันผู้ก่อความไม่สงบสุข   โดยหากมีเบาะแสหรือมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ให้มีการรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อจะได้มีการติดตามผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้เร็วที่สุด […]

นายกรัฐมนตรีและการเกาะติดความรุดหน้าของงาน

นายกรัฐมนตรี และทางหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีการเป็นประธานภายในการประชุมของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่ง โดยทางรัฐมนตรี ได้มีการกล่าวว่า ได้มีการเกาะติดความก้าวหน้าของการปฏิบัติงานในเรื่องต่าง ๆ หลังจากที่ได้มีการประชุมพร้อมทั้งทำการสั่งการไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อจะการอุปโภคและบริโภค รวมถึงน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องที่ผ่านมานี้จากประสบปัญหาในการขาดแคลนน้ำ  จึงต้องมีการวางแผนในการบริหารการจัดการให้เป็นอย่างดี   นับได้ว่านายกรัฐมนตรี ที่มีการเข้าประชุมจะมีการปรึกษาหารือในการวางแผนยุทธศาสตร์ภายในการบริหารจัดการทางทรัพยากรน้ำ พร้อมทั้งได้มีการวางแผนการปฏิบัติการในปี 2561 กันอีกด้วย เพื่อที่จะเป็นการฟื้นฟู เมื่อได้มีข่าวนี้ออกไป ทำให้ผู้คนหรือประชาชนส่วนใหญ่ต่างก็ไล่ตามข่าวสารนี้กันอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องทางด้านเศรษฐกิจ ที่คนไทยแต่ละคนจะต้องรู้เรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับประเทศ ที่จะมีการฟื้นฟุสภาพป่าไม้ทีได้มีการเสื่อมโทรมลงไป เพื่อเป็นการป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ทั้งนี้ในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรี ก็ได้มีการนำเจ้าหน้าที่มาออกกำลังกายทีบริเวณสนามหญ้าทางด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อได้มีการสั่งการประชุมให้ทางคณะรัฐมนตรีทุกหน่วยงาน  มีการจัดกิจกรรมการออกกำลังให้กับทางบุคลากรในหน่วยงานของตนเองอีกด้วย   เพราะฉะนั้น นายกรัฐมนตรี เมื่อได้มีมาตรการนี้ออกมา ทำให้ประชาชนทั่วไปต่างก็ไม่พลาดเข้ากับการติดตามข่าวสารนี้กันเลย เมื่อได้มีการช่วยเหลือดูแลทรัพย์กรธรรมชาติ พร้อมกับกลายเป็นเรื่องที่มี่ความหมายอย่างมากอีกด้วย ทำให้ใครๆ ต้องไม่พลาดกับข่าวสารนี้กันเลย  ที่กำลังกลายเป็นที่น่าดึงดูดของผู้คนทั่วไป